Navigation Menu
Share Button

forklift
forklift ที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป มีด้วยกันสองระบบตามการขับเคลื่อน นั่นคือ การขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์ ซึ่งต้องใช้น้ำมัน หรือแก๊สเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน และแบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่ เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน

forklift แบบไฟฟ้า เป็นรถยกประเภทที่มีข้อดีอยู่มากมาย เช่น ไม่มีเสียงดังรบกวนตลอดการทำงาน ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงซึ่งมีราคาสูงมาก ไม่ต้องดูแลรักษาเครื่องยนต์ ซึ่งมีความซับซ้อน เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อม ไม่มีเขม่าควัน บังคับเลี้ยวได้ดีกว่า และใช้งานได้ง่ายกว่าแบบเครื่องยนต์

แบตเตอรี่ ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญ เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนforkliftแบบไฟฟ้า แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการชาร์จแต่ละครั้ง ซึ่งหมายถึงการชาร์จจนเต็ม หากมีการชาร์จบ่อยๆ โดยที่ยังใช้ไม่หมด อายุของแบตเตอรี่ก็จะยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นเท่านั้น

แบตเตอรี่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทแผ่นหลอด มีอายุการใช้งานประมาณ 1200-1500 รอบ และประเภทแผ่นเรียบ มีอายุการใช้งานประมาณ 700-800 รอบ นับจากการใช้และนำไปชาร์จใหม่จนเต็ม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วนั้น แบตเตอรี่จะมีอายุการทำงานอยู่ที่ 3-4 ปี และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่อีก ดังนี้

– ความถี่ในการชาร์จไฟ
– อุณหภูมิ
– การดูแลรักษาความสะอาด
– ระดับน้ำกลั่นภายในแบตเตอรี่

ดังนั้น นอกจากการชาร์จแบตเตอรี่แล้ว การดูแลแบตเตอรี่ ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นได้
นอกจากนี้ การเลือกตู้ชาร์จแบตเตอรี่ที่มีความเหมาะสมกับขนาดค่าความจุของแบตเตอรี่ ก็ช่วยให้ประหยัดไฟ และยืดอายุการทำงานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานออกไปได้อีกด้วย

แม้ว่า forklift ระบบไฟฟ้า จะมีราคาค่อนข้างสูง หากเทียบกับforkliftที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ แต่หากเทียบค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว รถยกแบบไฟฟ้า ประหยัดกว่าอย่างแน่นอน รวมถึงยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย อีกทางหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก ก็คือการหมั่นดูแลแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ

รถโฟล์คลิฟท์ ลงประกาศขาย รถโฟล์คลิฟท์มือสอง รถยก รถลาก รถจับถัง รถกระเช้า อะไหล่ แบตเตอรี่ ยาง บริการซ่อม ขนย้าย โมดิฟาย อื่นๆ

www thaiforkliftmarket.com